Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

 
วันที่ 28 พฤษภาคม 2560
 properfychannelnews facebook
เรื่องย้อนหลัง 
ข่าวเด่นประเด็นร้อน โดยกิมลั้ง

สวัสดีเจ้าคร้า...”กิมลั้ง”..สาวสวย หมวย อึ๋ม มาประจำการที่เดิมในนิตยสารคอนโดไกด์ นิตยสารเกี่ยวกับคอนโดมิเนียมโดยเฉพาะเล่มแรกของเมืองไทย อาจล่าช้าไปบ้างกับฉบับที่ผ่านมา...”กิมลั้ง” ต้องขออภัยมา ณ โอกาสนี้...แต่เค้าสัญญาว่า จะมาตามนัดเช่นเดิมจร้า...

อ่านต่อ 
พบ “บ้านลุมพินี ทาวน์วิลล์ ลาดปลาดุก-บางไผ่สเตชั่น”ราคาเบา-เบา 1.59 ลบ. 27 พ.ค. นี้

“บ้านลุมพินี” ในเครือ แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ กรุ๊ป เตรียมเปิดบ้านโครงการ “บ้านลุมพินี ทาวน์วิลล์ ลาดปลาดุก-บางไผ่สเตชั่น” ทำเลศักยภาพบนถนนกาญจนาภิเษก ใกล้ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรั ลพลาซ่า เวสต์เกต, MRT สายสีม่วง สถานีคลองบางไผ่ เพียง 6 กม., บิ๊กซี, อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์, โฮมโปร เปิดตัวราคาขายเบา-เบา เริ่มต้นเพียง 1.59 ล้านบาท 

อ่านทั้งหมด 
 
ความจำเป็นที่จะต้องมีผู้บริหารการตกแต่งพื้นที่ภายใน
ดูข่าวทั้งหมด   
 






อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ธอส.
กระแสรายวัน = 0.25%
ออมทรัพย์    
-น้อยกว่า 1 แสนบาท = 1.00%
-ตั้งแต่ 1 แสนบาทขึ้นไป = 1.25%
ออมทรัพย์พิเศษ = 2.00%
เงินฝากซุปเปอร์ออมทรัพย์พิเศษ = 3.00%
ฝากตั้งแต่ 100,000 บาทขึ้นไป รับฝากตั้งแต่ 29 มิ.ย. -29 ก.ค. 54
ประจำ 3 เดือน = 2.25%
ประจำ 6 เดือน = 2.35%
ประจำ 8 เดือน   3.15%
ขยายเวลารับฝากเงิน สิ้นสุดวันที่ 18 ก.ค. 54
ประจำ 1 ปี = 2.60%
ประจำ 2 ปี = 3.25%
ประจำ 3 ปี = 3.60%
ประจำ 5 ปี = 3.65%
ประจำสินเคหะ = 2.60%
ประชาชนในมาบตาพุดต้องการให้อุตสาหกรรมขยายตัวต่อไป
8 ธันวาคม 2552 เวลา 00:00 น.

 

 

ผลสรุปการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน

ประชาชนในมาบตาพุดต้องการให้อุตสาหกรรมขยายตัวต่อไป

 

ดร.โสภณ พรโชคชัย

ประธานกรรมการบริหาร  มูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย

 

        ปัญหาสิ่งแวดล้อมในมาบตาพุดได้กลายเป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างกว้างขวาง จนเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2552 ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำสั่งในคดีเกี่ยวกับโครงการอุตสาหกรรม 76 โครงการ <1>  ปัญหาสิ่งแวดล้อมนี้เกี่ยวเนื่องกับการพัฒนาโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์ ดังนั้นมูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย จึงส่งอาสาสมัครนักวิจัยออกสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเพื่อสะท้อนภาพของปัญหาจากประชาชนเจ้าของพื้นที่จริง 

        มูลนิธิหวังว่าข้อค้นพบในการศึกษานี้เป็นประโยชน์ต่อการวางแผนจัดการสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาเมืองในพื้นที่มาบตาพุด และขอยืนยันว่าการศึกษานี้ดำเนินการด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ได้มีอคติ และไม่ได้รับอามิสหรือผลประโยชน์จากผู้ใด

 

เกี่ยวกับการสำรวจ

        การสำรวจนี้ดำเนินการในช่วงวันที่ 14, 15 และ 22 พฤศจิกายน 2552  การสุ่มตัวอย่างโดยวิธีการสุ่มแบบสองขั้น (Two-stage Sampling) โดยการสุ่มในขั้นแรก เป็นการสุ่มชุมชนตัวอย่างด้วยวิธีการสุ่มแบบง่าย (Simple Random Sampling) ในระดับชุมชน ได้ 21 ชุมชนจาก 31 ชุมชน  และการสุ่มขั้นที่ 2 คือ การสุ่มประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชนที่สุ่มได้ในขั้นที่ 1  สำหรับขนาดตัวอย่างจำนวนครัวเรือน เป็นไปตามสูตรของ Yamane โดยได้ตัวอย่างจริงครั้งนี้ได้ขนาดตัวอย่างทั้งสิ้น 1,107 คน

        ครัวเรือนทั้งหมด 1,107 ครัวเรือนนี้ ครอบคลุมประชากร 3,918 คนจากจำนวนประชากรทั้งหมด 33,492 คน หรือครอบคลุม 11.70% ของประชากรทั้งหมด  ในอีกแง่หนึ่งหากพิจารณาจากจำนวนผู้ให้สัมภาษณ์ซึ่งเป็นบุคคลที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปจะพบว่าจำนวนผู้ให้สัมภาษณ์จำนวน 1,107 คน เป็นสัดส่วนเท่ากับ 4.7% ของจำนวนประชากรอายุ 18 ปีขึ้นไปมีอยู่ทั้งหมด 23,597 คนในมาบตาพุด <2>  ซึ่งถือเป็นสัดส่วนประชากรที่เพียงพอในการสุ่มที่เชื่อถือได้

 

ประชาชนต้องการอุตสาหกรรม

        ประเด็นสำคัญที่พึงพิจารณาในเชิงนโยบายก็คือประชากรส่วนใหญ่ (65.3% หรือสองในสาม) ในพื้นที่มาบตาพุดเห็นควรให้มีการขยายตัวของอุตสาหกรรมในพื้นที่ต่อไป มีเพียงหนี่งในสามที่เห็นว่าควรหยุดขยายอุตสาหกรรม  อย่างไรก็ตามหากนับรวมผู้ที่ยังไม่แน่ใจหรือไม่มีความเห็น 22.2% แล้ว จะพบว่า ประชากรที่เห็นว่าควรหยุดขยายตัวมีอยู่ 26.6% หรือเพียงครึ่งหนึ่งของประชากรที่เห็นควรให้อุตสาหกรรมในพื้นที่มาบตาพุดควรจะขยายตัวต่อไป (51.1%)

        หากพิจารณาในรายละเอียดจะพบว่า แม้ประชากรที่อยู่อาศัยในพื้นที่เกิน 10 ปี ถึง 55% จะเห็นควรให้อุตสาหกรรมขยายตัวต่อไป แต่ก็ยังน้อยกว่าค่าเฉลี่ยรวมที่ 65.3%  นอกจากนี้ แม้กลุ่มประชากรที่เป็นเจ้าของบ้านโดยเฉพาะบ้านเดี่ยว ส่วนมากจะเห็นควรให้มีการขยายตัวของอุตสาหกรรมต่อไป  แต่ก็ยังถือว่าน้อยกว่าค่าเฉลี่ยที่ 65.3% เช่นกัน  การนี้แสดงให้เห็นว่า ประชากรส่วนน้อยที่ไม่อยากให้อุตสาหกรรมขยายตัว คงคำนึงถึงความเคยชินในการอยู่อาศัยและการยึดติดกับอสังหาริมทรัพย์ที่ครอบครองเป็นสำคัญ

 

มลพิษกับการเจ็บป่วย

        มักมีการอ้างอิงว่ามลพิษในมาบตาพุด ทำให้เกิดการเจ็บป่วยต่าง ๆ นานา  การศึกษานี้จึงได้สำรวจความเห็นของประชาชนในประเด็นนี้  โดยพบว่าในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา จำนวนผู้เจ็บป่วยหรือเสียชีวิตตามผลกระทบจากมลพิษในเขตมาบตาพุดมีอยู่ทั้งหมด 504 ราย หรือประมาณ 12.86% ของจำนวนประชากรทั้งหมด  ทั้งนี้แยกเป็นสาเหตุจากการทำงานในสถานประกอบการ 92 ราย หรือ 2.35% ของจำนวนประชากรทั้งหมด   ที่เหลืออีก 412 รายหรือ 10.52% ป่วยหรือเสียชีวิตจากการอยู่อาศัยในพื้นที่  

        ในการพิจารณาผลกระทบจากมลพิษ ควรพิจารณาแยกกลุ่มผู้ป่วยและเสียชีวิตจากมลพิษในสถานประกอบการออกก็เพราะผลกระทบจากมลพิษในกรณีนี้สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกแห่งทั่วประเทศ ทั้งนี้มักเป็นผลจากความประมาทและการขาดการควบคุมอาชีวะอนามัยที่ดีในสถานประกอบการ  ดังนั้นในการพิจารณาถึงมลพิษในมาบตาพุดจึงควรเน้นเฉพาะกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากการอยู่อาศัยซึ่งมีอยู่ประมาณ 10.52% ของประชากรทั้งหมดเป็นสำคัญ

 

ตารางที่ 1: การเจ็บป่วยหรือเสียชีวิตเพราะมลพิษในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา

ผลกระทบจาก

ป่วยเล็กน้อย

ป่วยหนัก

เสียชีวิต

รวม

จำนวนผู้เจ็บป่วยและเสียชีวิตจากมลพิษในมาบตาพุด (คน)

การทำงานในสถานประกอบการ

78

7

7

92

การอยู่อาศัยในพื้นที่

385

26

1

412

รวมทั้งหมด

463

อ่านแล้ว : 2,867 ครั้ง
หน้าหลัก | Editor talk | วิทยุออนไลน์ | สมาชิก | ติดต่อเรา | อีเมล์ | ลิงค์ | ติดต่อลงโฆษณา
ต้องการติดต่อเรา | ส่งข่าว | ข่าวประชาสัมพันธ์ | แนะนำบริการ
Editor@propertychannelnews.com | Pr@propertychannelnews.com
Copyright © 2010 propertychannelnews.com All Rights Reserved.