Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

 
วันที่ 26 มิถุนายน 2560
 properfychannelnews facebook
ข่าวเด่นประเด็นร้อนโดย "หมวยเล็ก"
14 กรกฎาคม 2557 เวลา 09:54 น.

สวัสดีจร้า “คอนโดไกด์” ฉบับเดือนกรกฎาคม ถึงมือแฟนๆผู้อ่านทุกท่านแล้วนะเจ้าคะ เนื้อหาในเล่มยังคงเข้มข้น พร้อมสาระดีๆให้ทุกท่านได้เติมเต็มกันทุกๆ เดือน จากความตั้งใจของกองบรรณาธิการที่สรรหามามอบให้เป็นประจำ แม้ฝนจะตก ฟ้าจะร้อง หรือใครจะมาเป็นรัฐบาล เรายังคงมุ่งมั่นเพราะมันคือ “อาชีพ”

*** มหกรรมฟุตบอลโลก 2014 จบไปแล้วพร้อมกับความตื่นเต้น เร้าใจ คละเคล้าความดีใจ เสียใจ ของบรรดาชาติที่เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ พร้อมกับสร้างสถิติไว้ให้จดจำหลายเรื่องราว โดยเฉพาะศูนย์หน้าทีมชาติอุรุกวัย และทีมหงส์แดง “หลุยส์ ซัวเรซ” หรือ “ไอ้หมาบ้า” ฉายาที่ “กิมลั้ง” ตั้งให้นะเจ้าคะ ไล่กัดหัวไหล่ กองหลังทีมชาติอิตาลี “จอร์โจ้ คิเอลลินี” จนทำให้ฟีฟ่าต้องกลับมาดูเทปการแข่งขันภายหลังแล้วสั่งแบน “ไอ้หมาบ้า” แห่งอุรุกวัยรายนี้ห้ามยุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมด้านฟุตบอลนานถึง 4 เดือน ห้ามลงแข่งขันในเกมทีมชาติจำนวน 9 นัด พร้อมปรับเงินอีกประมาณ 100,000 ฟรังก์สวิส และทีมชาติอิตาลี ทีมแกร่งก็ต้องตกรอบฟุตบอลโลกไปในนัดนั้น

***ความจริงเรื่องนี้ยังไม่มีใครออกมายืนยัน เมื่อสื่อเมืองผู้ดี อังกฤษ Sunday Star ออกมาขุดคุ้ยเรื่องราวในอดีตของ “ซัวเรซ” ว่า เขาเคยกัดคู่แข่งมาแล้วถึง 8 ราย ตลอดการเป็นนักฟุตบอลของเขา หลายคนอาจเข้าใจว่า เขาสวมวิญญาณไอ้จอมกัดครั้งล่าสุดนี้เป็นครั้งที่ 3 ซึ่งก่อนหน้านี้เขาเคยกัด “อ็อตมัน บัคคัล” นักเตะสโมสรพีเอสวี ไอน์โฮเฟน เมื่อครั้งอยู่กับสโมสรอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม โดนแบนไป 7 นัด และกัดแขน “บรานิสลาฟ อิวาโนวิช” นักเตะ“เชลซี” โดนแบนยาวถึง 10 นัด ประมาณเมื่อช่วงท้ายซีซั่น 2012-13 แต่สื่อรายนี้ยืนยันว่า เขาเคยกัดคู่แข่งมาแล้ว 8 ราย สงสัยสโมสรไหนได้ตัวเขาไปเล่นกองหน้าคงต้องให้ตะกร้อครอบปากเขาไว้ เผื่อวิณญาณดิบเขากลับเข้าร่างจะได้ไม่ต้องมีใครรับเคราะห์ และไม่ทำให้ทีมเสียหายนะเจ้าคะ

*** เห็นข่าวศุลกากร ติดป้ายประกาศแจ้งผู้โดยสาร และลูกเรือที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยว่า บุคคลสามารถนำของใช้ส่วนตัว (Personal Effect) เข้าประเทศได้ไม่เกินครั้งละ 10,000 บาท โดยต้องไม่มีลักษณะทางการค้า เสบียง อาหาร อาหารเสริม เครื่องสำอาง ไม่ได้รับการยกเว้นภาษี, บุหรี่/ยาสูบ/สุรา/ไวน์ นำเข้าได้ในจำนวนจำกัด ของฝากญาติ ของบริจาค ของสะสม ของมือสอง ของฝากเจ้านาย ไม่ถือว่าเป็นของใช้ส่วนตัว กระเป๋า-นาฬิกาแบรนด์เนมราคาเกิน 10,000 บาท ต้องชำระภาษี เรื่องนี้กรมศุลลากรยืนยันกฎหมายนี้มีมานานแล้ว...ก็หงุดหงิดใจ

*** แหม...ทำไมมาเน้นช่วงนี้ ทั้งที่มีมานานปฏิบัติเสมอภาคกันหรือไม่ ลองไปดูในท้องตลาดทั้งมาบุญครอง พันธุ์ทิพย์ ตลาดหลังการบินไทย สนง.ใหญ่ ตลาดซอยเฉยพ่วง หรือร้านค้าแบรนด์ต่างชาติ ที่มีคำว่าเจ๊... หรือสารพัด “เจ๊” นำหน้า สินค้าที่ว่าวางขายเกลื่อนมันมาทางไหนเจ้าคะ โดยเฉพาะ “ช่องทางพิเศษ” ในสนามบิน ที่เห็นพากันออกมาคึกคัก เพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับใคร คณะไหน ใครบ้างที่มีสิทธิ์ใช้ ใครมีอำนาจอนุมัติ

***ในทางกลับกันมีรางวัลนำจับหรือชี้ช่องให้กับพลเมืองดี แจ้งจับกรณีเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร ตรวจคนเข้าเมือง หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง เปิดช่องหรืออำนวยความสะดวกให้สินค้าประเภทที่กล่าวมา สามารถหลบเลี่ยงภาษีได้ บ้างไหมเจ้าคะ มันจะได้สร้างความสมดุลเพราะสินค้าประเภทนี้เอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกันระหว่างเจ้าหน้าที่กับพ่อค้า... ฝาก “สมชาย อัศวตรีรัตนกุล” หัวหน้าฝ่ายสืบสวนและปราบปราม สนง.ตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิพิจารณาด้วย โดยเฉพาะในยุค คสช.บริหารประเทศ โทษต้องหนักกว่าพ่อค้านะเจ้าคะ “ถูกริบของที่ลักลอบหนีภาษี พร้อมทั้งปรับเงิน 4 เท่าของราคารวมค่าภาษีอากร หรือจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือทั้งจำและปรับ” มันน้อยไป

*** มาฟังกูรูด้าน “เศรษฐกิจ” มองย้อนหลังจากวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540  “ทนง พิทยะ” อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มองเศรษฐกิจประเทศไทยว่า ยังไม่มีอะไรหน้าห่วง จะมีเพียงการ “สะสมปัญหา” ที่เริ่มเห็นมาตั้งแต่หลังรัฐประหารปี 2549 ส่งผลการลงทุนภาครัฐชะงัก การเติบโตของเศรษฐกิจก็ต่ำกว่าที่ควรเป็น  รวมถึงการอัดฉีดเงินจากภาครัฐยังเป็นไปเพื่อประชานิยมที่มากขึ้น ทั้ง 3 ด้านถือเป็นตัวบั่นทอนโครงสร้างเศรษฐกิจของไทยจนไม่สามารถแข่งขันกับโลกได้

*** ส่วนแนวทางแก้ปัญหา “ทนง พิทยะ” ยืนยันว่า จะต้องเริ่มปรับโครงสร้างเศรษฐกิจตั้งแต่วันนี้ ภาคการเกษตรต้องคิดถึงการแปลงเป็นอุตสาหกรรมการเกษตร พร้อมลดประชากรในภาคการเกษตรลง ในประเทศพัฒนาแล้วประชากรภาคเกษตรเขามีเพียง 5% แต่สามารถผลิตอาหารเลี้ยงคนทั้งประเทศ ในขณะเดียวกันประเทศไทยต้องเริ่มคิดว่า อุตสาหกรรมที่จะเติบโตได้และนำหน้าโลกได้มีอะไรบ้าง อุตสาหกรรมการเกษตรอันนี้แน่นอนว่า เราควรเลิกส่งออกสินค้าในขั้นปฐมภูมิ แล้วหันมาเน้นสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตรเพื่อการส่งออกแทน

*** ส่วน “โฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์” ประธานกรรมการบริหาร แบงก์กรุงเทพ ยังไม่ฟันธงว่าวิกฤติจะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ เพราะความเสี่ยงสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกยังมีอยู่เสมอ และความผันผวนยังจะเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะอัตราแลกเปลี่ยนที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก ถือเป็นความเสี่ยงที่ภาคเอกชนต้องบริหารจัดการภายใต้ภาวะนี้ 

*** ส่วนผลกระทบจากนโยบายประชานิยมจะยังคงอยู่กับเศรษฐกิจไทยไปหลายปี เพราะได้ทำลายภูมิคุ้มกันและศักยภาพในการแข่งขันของไทยในระยะยาวทั้งภาคประชาชนและภาคธุรกิจ การเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศไม่ใช่การลงทุนในระบบสาธารณูปโภค แต่หมายถึงการเพิ่มทักษะ ความรู้ และธรรมาภิบาลให้กับประชาชนและธุรกิจเพื่อให้มีความสามารถปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงของโลก เพราะศักยภาพคือการมีภูมิคุ้มกันซึ่งเป็นชิ้นส่วนที่สำคัญของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในขณะที่ประชานิยมเป็นอุปสรรคต่อการคิดปรับตัว เราช่วยกันไม่เรียกร้องประชานิยม “ไม่มีประเทศใดหรอกที่สามารถป้องกันประชาชนจากความเสี่ยงทุกอย่าง”  ดังนั้นประชาชนต้องมีภูมิคุ้มกันตัวเอง ยิ่งมากยิ่งดี หากรัฐบาลพูดว่าชั้นดูแลได้ชั้นปกป้องได้ เขาาพูดไม่จริง เป็นไปไม่ได้ หากเลิกได้ก็จะดี

*** ผู้ว่าการแบงก์ชาติ “ประสาร ไตรรัตน์วรกุล” มองว่า 17 ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยถือว่ามีความคืบหน้าไปมาก เป็นผลจากการทำงานหนักของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เราสามารถผ่านพ้นอุปสรรคสำคัญๆ ไม่ว่าจะเป็น วิกฤติการเงินโลกที่รุนแรงในปี 2551 หรือแม้แต่เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 รวมทั้งปัญหาความไม่สงบทางการเมือง เวลานี้เศรษฐกิจไทยยังถือว่ามีเสถียรภาพที่ดีพอสมควร หากจะมองภาพเศรษฐกิจในระยะกลางถึงยาวแล้ว ยังต้องดูความเข้มแข็งในด้านอื่นประกอบด้วย โดยเฉพาะในด้านอุปทานของระบบเศรษฐกิจ “ระบบการเงินจะค่อนมาทางด้านอุปสงค์ แต่หากจะดูว่าเศรษฐกิจระยะต่อไปเข้มแข็งหรือไม่ หลายอย่างค่อนไปทางด้านอุปทานไม่ว่าจะเป็นภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม หรือภาคบริการ”

***เศรษฐกิจการเงิน ช่วยดูแลได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น ถ้าไม่ทำด้านอื่นๆ ควบคู่กันไปด้วย สักพักเศรษฐกิจการเงินก็คงแบกรับไม่ไหว เช่น แต่เดิมเราพูดถึงการส่งออกที่เติบโตได้ราว 20% แต่เวลานี้พูดกันในตัวเลขที่ต่ำกว่า 4% จะเห็นทันทีว่า ขณะนี้เศรษฐกิจโลกกำลังฟื้นตัว แต่เหตุใดเราไม่สามารถฟื้นได้เร็วเหมือนเศรษฐกิจโลก ตรงนี้ก็เป็นตัวชี้ว่า เรามีข้อจำกัดเรื่องโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นความท้าทายทั้งสิ้น

*** เขาบอกว่า...“ตลาดคอนโดฯ” กระเตื้องหลังการเมืองนิ่ง “คอลลิเออร์สฯ” ออกมายืนยันยอดเปิดตัวคอนโดฯ ใหม่ ในกรุงเทพฯ เดือนมิถุนายนเดือนเดียวพุ่ง 7,000 ยูนิต ดันทั้งปีมีโอกาสแตะ 50,000 ยูนิต มากกว่าคาดการณ์ 10,000 ยูนิต ผู้ประกอบการมีความมั่นใจมากขึ้น เห็นได้จากการประกาศพร้อมเปิดโครงการใหม่ในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ ขณะเดียวกันกำลังซื้อของผู้บริโภคเริ่มกลับมา เห็นได้จากยอดขายที่เริ่มดีขึ้นในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แม้ว่าในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้การเปิดตัวโครงการและการซื้อขาย โดยเฉพาะคอนโดฯ มีจำนวนเปิดขายใหม่เพียง 16,167 ยูนิต ลดลงประมาณ 21.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มียอดขายใหม่จำนวน 21,215 ยูนิต ประเมินว่า คอนโดฯ เปิดใหม่ในกรุงเทพฯ ทั้งปี 2557 จะอยู่ที่ระดับ 50,000 ยูนิต ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดิมที่คาดว่าจะอยู่ระดับ 40,000 ยูนิต

***เสือปืนไว “โอภาส ศรีพยัคฆ์” กรรมการผู้จัดการ “แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเม้นท์” โดดรับกำลังซื้อที่ปรับตัวแบบรวดเร็ว ปรับแผนการลงทุนใหม่อีกครั้ง มีมูลค่าลงทุนรวม 8,000 ล้านบาท โดยในช่วงกลางเดือนมิถุนายนเป็นต้นไป วางแผนจะเปิดตัวคอนโดฯใหม่ 4 โครงการ มูลค่าขายรวม 8,000 ล้านบาท ก่อนหน้านี้มีการปรับแผนลงทุนไปตามสถานการณ์ในช่วงไตรมาส 1 การเมืองผันผวนหนักจึงเลือกที่จะชะลอ แต่คาดว่าตลาดได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว มีสัญญาณหลายๆ ความมั่นใจของผู้บริโภคและกำลังซื้อที่ดีขึ้น

*** งานนี้ถ้าจะเปรียบเทียบให้เห็นชัดๆ ต้องบอกว่า “รองเท้าสึกไปหลายคู่ มือด้านไปหลายชั้น” กว่าจะจบดิวนี้ได้...จะใครล่ะเจ้าคะก็ “ชายนิด อรรถญาณสกุล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค”  เพราะวันก่อนตั้งโต๊ะแถลง เตรียม “เทคโอเวอร์” บริษัท ไทย พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด(มหาชน) หรือชื่อเดิมบริษัท รัตนการเคหะ จำกัด (มหาชน) โดยการแลกหุ้นเพิ่มทุน อัตรา 2 หุ้น ไทยพร็อพต่อ 1 หุ้นเพอร์เฟค พร้อมประกาศทำคำเสนอซื้อหุ้นบริษัทแกรนด์ แอสเสท โฮเทลล์ จำกัด อัตรา 114 หุ้นแกรนด์ต่อ 131 หุ้นเพอร์เฟค คาดว่าจะใช้เงินในการลงทุนรวม 3,900 ล้านบาท ขณะเดียวกันบริษัทประกาศเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 10,700ล้านบาท เรียกว่าเกมนี้เรียนลัดดัน “พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค” ขยับมาเป็น1-5 ยักษ์ใหญ่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ต่อยอดธุรกิจ งานนี้นานหลายปีกว่าจะได้สูตรลงตัว ส่งผลให้ “ชายนิด” ตัวเบาหวิว รองเท้าไม่ต้องสึก มือไม่ด้านเพิ่ม จริงไหมเจ้าคะ

*** ต้องติดตามเมกะโปรเจ็กต์ 50,000 ล้านบาท แลนด์มาร์คกรุงเทพแห่งใหม่ 7 สิ่งมหัศจรรย์ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา นามว่า “ไอคอนสยาม  อาณาจักรคอมเพล็กซ์หรู ศูนย์การค้าและคอนโดฯ”   เป็นความร่วมมือของบิ๊ก ธุรกิจ “สยามพิวรรธน์-แมกโนเลียฯ-ซีพี ลงทุนเพิ่ม 40%” บนที่ดิน 50 ไร่ ย่านเจริญนคร จะถือเป็นอภิมหาโครงการเมืองแห่งการใช้ชีวิตสู่โลกอนาคต กำหนดเปิดบริการปี 2560 ซึ่งจะเป็น “โชว์เคส” ประเทศไทยแข่งขันบนเวทีโลก “ชฎาทิพ จูตระกูล” บอสใหญ่ “สยามพิวรรธน์”- “ทิพาภรณ์ เจียรวนนท์” บอสใหญ่ “แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น” และ “ณรงค์ เจียรวนนท์”  ผู้ช่วยอาวุโสประธานกรรมการ “เครือเจริญโภคภัณฑ์” ตั้งโต๊ะแถลงรายละเอียดโครงการไอคอนสยาม (ICONSIAM) ภายใต้แนวคิด The Icon of Eternal Prosperity หรือเมืองแห่งความรุ่งโรจน์อันเป็นนิรันดร์ โดยมีแผนแม่บทวิสัยทัศน์แห่งแม่น้ำเจ้าพระยา (ICONSIAM River Master Vision)

*** โครงการนี้เป็นการผนึกกำลังของธุรกิจโรงแรม ค้าปลีก ผู้ประกอบการเรือสัญจร และแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เพื่อเนรมิตพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในกรุงเทพฯ ยาว 10 กิโลเมตร ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกแห่งใหม่ จากพื้นที่โครงการเดิม 40 ไร่ จะเพิ่มเป็น 50 ไร่ ส่งผลให้มูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้นกว่า 40% เป็น 50,000 ล้านบาท จากเดิม 35,000 ล้านบาท โดยกำหนดเปิดบริการภายในปี 2560 ถือเป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชสมบัติครบ 70 ปี และทรงมีพระชนมายุครบ 90 พรรษา แนวทางพัฒนาโครงการอยู่ภายใต้วิสัยทัศน์ธุรกิจที่ต้องการออกแบบเมืองที่สง่างามสมบูรณ์แบบ ผสมผสานที่อยู่อาศัย ศูนย์การค้า และพื้นที่ชุมชน (Community space) รวม 750,000 ตร.ม. ไว้ด้วยกัน

*** ไอคอนสยาม ตั้งอยู่บนทำเลยุทธศาสตร์สำคัญของกรุงเทพฯ ที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา มีด้านหน้าทอดยาวเลียบริมน้ำมากกว่า 400 เมตร เป็นจุดเด่นในการต่อยอดและสร้างความร่วมมือทางธุรกิจ บริเวณดังกล่าวมีทั้งลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ ท่ามกลางโครงการที่พักอาศัยระดับบนกว่า 200 โครงการ มีผู้พักอาศัยมากกว่า 3 ล้านคน มีโรงแรมเชนระดับโลกในรัศมี 10 กิโลเมตร ถึง 50 แห่ง รวมห้องพักกว่า 10,000 ห้อง ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า จะมีโครงการขนส่งมวลชนขนาดใหญ่สร้างเสร็จเพิ่มเติมในพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งในระหว่างปี 2555-2563 จะมีโครงการค้าปลีก อสังหาริมทรัพย์ โรงแรมต่างๆ เกิดขึ้นไม่น้อยกว่า 30 แห่ง รวมมูลค่ากว่า 11.2 หมื่นล้านบาท ทั้งหมดนี้สามารถเชื่อมเครือข่ายสร้างพลังในการทำตลาดแบบ “One Destination”

*** ตบท้ายด้วยบทเพลง “คืนความสุขให้ประเทศไทย” หลายคนฟังแล้ว กินใจ ฟังแล้วซึ้งใจ โดยเฉพาะเนื้อร้องที่ตอนหนึ่งว่า “เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน แล้วแผ่นดินที่งดงามจะคืนกลับมา เราจะทำอย่างซื่อตรง ขอให้เธอจงไว้ใจ และศรัทธา แผ่นดินจะดีในไม่ช้า ขอคืนความสุขให้เธอ ประชาชน” ถ้าจะให้ดีรัฐมนตรีเฉพาะการที่มาจากการแต่งตั้งในอนาคต ปฎิบัติตามกรอบระบบรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ โดยเฉพาะต้องแจ้ง “บัญชีทรัพย์สิน รมต. ที่เข้ารับตำแหน่งทุกท่าน” ก่อนรับตำแหน่ง ทำได้รับรอง “ได้ใจอีกเพียบ”
***พบกันใหม่ฉบับหน้า "ครบรอบ 4 ปี

 

 

อ่านแล้ว : 799 ครั้ง
  เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ข่าวเด่นประเด็นร้อน โดยกิมลั้ง
ข่าวเด่นประเด็นร้อนโดย "หมวยเล็ก"
ข่าวเด่นประเด็นร้อนโดย "หมวยเล็ก"
ข่าวเด่นประเด็นร้อนโดย "หมวยเล็ก"
ข่าวเด่นประเด็นร้อนโดย "หมวยเล็ก"
ข่าวเด่นประเด็นร้อนโดย "หมวยเล็ก"
ข่าวเด่นประเด็นร้อนโดย "หมวยเล็ก"
ข่าวเด่นประเด็นร้อนโดย "หมวยเล็ก"
ข่าวเด่นประเด็นร้อนโดย "หมวยเล็ก"
ข่าวเด่นประเด็นร้อนโดย "หมวยเล็ก"
ข่าวเด่นประเด็นร้อนโดย "หมวยเล็ก"
ข่าวเด่นประเด็นร้อนโดย "หมวยเล็ก"
ข่าวเด่นประเด็นร้อนโดย "หมวยเล็ก"
ข่าวเด่นประเด็นร้อนโดย "หมวยเล็ก"
ข่าวเด่นประเด็นร้อนโดย "หมวยเล็ก"
ข่าวเด่นประเด็นร้อนโดย "หมวยเล็ก"
ข่าวเด่นประเด็นร้อนโดย "หมวยเล็ก"
ข่าวเด่นประเด็นร้อนโดย "หมวยเล็ก"
คนเด่นประเด็นร้อนโดย "หมวยเล็ก"
ข่าวเด่นประเด็นร้อนโดย "หมวยเล็ก"
ข่าวเด่นประเด็นร้อนโดย "หมวยเล็ก"
ข่าวเด่นประเด็นร้อนโดย "หมวยเล็ก"
ข่าวเด่นประเด็นร้อนโดย "หมวยเล็ก"
ข่าวเด่นประเด็นร้อนโดย "หมวยเล็ก"
ข่าวเด่นประเด็นร้อนโดย "หมวยเล็ก"
คนเด่นประเด็นร้อนโดย "หมวยเล็ก"
คนเด่นประเด็นร้อนโดย "หมวยเล็ก"
คนเด่นประเด็นร้อน โดย "กิมลั้ง"
คนเด่นประเด็นร้อน โดย "กิมลั้ง"
คนเด่นประเด็นร้อน โดย "กิมลั้ง"
คนเด่นประเด็นร้อน โดย "กิมลั้ง"
ข่าวเด่นประเด็นร้อนโดย "กิมลั้ง"
ข่าวเด่นประเด็นร้อนโดย "หมวยเล็ก"
คนเด่นประเด็นร้อน โดย "หมวยเล็ก"
ข่าวเด่นประเด็นร้อนโดย "หมวยเล็ก"
ข่าวเด่นประเด็นร้อนโดย "หมวยเล็ก"
ข่าวเด่นประเด็นร้อนโดย "หมวยเล็ก"
ข่าวเด่นประเด็นร้อนโดย "หมวยเล็ก"
คนเด่นประเด็นร้อน โดย "หมวยเล็ก"
คนเด่นประเด็นร้อน โดย "หมวยเล็ก"
คนเด่นประเด็นร้อน โดย "หมวยเล็ก"
คนเด่นประเด็นร้อน โดย "หม๋วยเล็ก"
ข่าวเด่นประเด็นร้อน โดยหม๋วยเล็ก
ข่าวเด่นประเด็นร้อน โดยหมวยเล็ก...
ข่าวเด่นประเด็นร้อน โดยหมวยเล็ก
ข่าวเด่นประเด็นร้อน โดยหมวยเล็ก
ข่าวเด่นประเด็นร้อน โดยหมวยเล็ก
ข่าวเด่นประเด็นร้อน โดยหมวยเล็ก
ข่าวเด่นประเด็นร้อน โดยหมวยเล็ก
ข่าวเด่นประเด็นร้อน โดยหมวยเล็ก
ข่าวเด่นประเด็นร้อนโดยหมวยเล็ก
ข่าวเด่นประเด็นร้อน โดยหมวยเล็ก
ข่าวเด่นประเด็นร้อนโดยหมวยเล็ก
ข่าวเด่นประเด็นร้อน โดยหมวยเล็ก
ข่าวเด่นประเด็นร้อนโดยหมวยเล็ก
ข่าวเด่นประเด็นร้อนกับหมวยเล็ก
ข่าวเด่นประเด็นร้อนกับหมวยเล็ก
ข่าวเด่นประเด็นร้อนกับหมวยเล็ก
ข่าวเด่นประเด็นร้อนกับหมวยเล็ก
ข่าวเด่นประเด็นร้อนกับหมวยเล็ก
ข่าวเด่นประเด็นร้อนกับ "หมวยเล็ก"
ข่าวเด่นประเด็นร้อนกับหมวยเล็ก
ข่าวเด่นประเด็นร้อนกับหมวยเล็ก
ข่าวเด่นประเด็นร้อนกับหมวยเล็ก
ข่าวเด่นประเด็นร้อน กับหมวยเล็ก
งานแถลงข่าว ?โครงการพออยู่พอกินกับที่ดินบสก. เฟสสอง"
ข่าวเด่นประเด็นร้อนประจำ20 พย.2552กับหมวยเล็ก
ข่าวเด่นประเด็นร้อนประจำ13 พย.2552กับหมวยเล็ก
ข่าวเด่นประเด็นร้อนประจำ6 พย.2552กับหมวยเล็ก
มาตามนัดทุกศุกร์สุดสัปดาห์
ช่วง ?คนฮอต ประเด็นดัง? ลึกแต่ไม่ลับ กับ ?หมวยเล็ก?
เปิด ?ซิง? คอลัมน์ใหม่
หน้าหลัก | Editor talk | วิทยุออนไลน์ | สมาชิก | ติดต่อเรา | อีเมล์ | ลิงค์ | ติดต่อลงโฆษณา
ต้องการติดต่อเรา | ส่งข่าว | ข่าวประชาสัมพันธ์ | แนะนำบริการ
Editor@propertychannelnews.com | Pr@propertychannelnews.com
Copyright © 2010 propertychannelnews.com All Rights Reserved.